รีวิว Everything (2017) ทุกสิ่ง ทุกๆ สิ่ง คือเธอ ทำให้ส่วนใหญ่หนังรักแบบเดิมๆ

         รีวิว Everything (2017) เรื่องราวเกี่ยวกับแมดดี้ (อแมนดลา สเตนเบิร์ก) เด็กสาวที่อยู่บ้านเพราะแม่ของเธอ (อนิกา โนนิ โรส) บอกกับเธอว่าเธอเป็นโรคประจำตัว ถ้าออกไปเจอเชื้อโรคหรืออะไรตายง่าย จึงต้องอยู่แต่ในบ้าน

         แต่แล้ววันหนึ่ง แมดดี้ได้พบกับออลลี่ (นิค โรบินสัน) ชายหนุ่มข้างบ้านที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอทีละเล็กทีละน้อย พวกเขายังก้าวเข้ามาในหัวใจของเธอทีละเล็กทีละน้อย… ใช่ พวกเขารักกัน และความรักนั้นก็มอบความรักให้แมดดี้ ความกล้าที่จะก้าวออกจากบ้าน แต่เธอจะเป็นอย่างไร คุณแม่จะว่าอย่างไร และสุดท้าย ความรักที่เธอมีต่อออลลี่จะจบลงด้วยความสุขหรือความเศร้าโศก? คำตอบอยู่ในหนัง

         ถ้าจะให้ผมพูดแบบลวกๆ ก็คือ ดูเหมือนไม่ค่อยอินกับหนังเรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ชวนให้นึกถึง The Fault in Our Stars เช่นเดียวกับภาพยนตร์โรแมนติกเก่าอย่าง Love Story ที่ตัวละครตัวหนึ่งป่วย หนักจนตาย แต่สุดท้ายก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อความรัก

         หนังเรื่องนี้วางสูตรนั้นลง แต่รสชาติไม่กลมกล่อม เริ่มจากดาราที่ถือว่าธรรมดา ทำตัวโอเค แต่ก็ยังไม่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Stenberg หรือ Robinson ซึ่งอันแรกผมว่ายังโอเคอยู่ แต่คนหลังยอมรับว่าดูไม่มั่นใจจริงๆ เห็นด้วยมั้ยว่ารักนางเอกมาก ยอมรับว่าดูจบแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะฉันไม่แน่ใจว่าพระเอกรักนางเอกจริงๆ หรือแค่ล้อเล่น เพราะเขาทำตัวเป็นเด็กที่ยั่วยุให้รักและพร้อมที่จะจากไป มันดูไม่จริงใจ น่ารัก หรือดูทุ่มเทให้กับนางเอก

รีวิว Everything

         สิ่งนี้แตกต่างจาก Ansel Elgort ใน The Fault in Our Stars ซึ่งจริงๆ แล้วคล้ายกันในเรื่องที่พวกเขาดูขี้เล่นและหน้าด้าน แต่อีกคนขี้เล่นใน “ไม่สนใจโลกอีกต่อไป” เพราะฉันจะตายในไม่ช้า” แต่เขาจะดูจริงจังกับนางเอกเสมอ จึงทำให้เราหลงรักความผูกพันที่เกิดขึ้น

         แต่ด้วยบทบาทของโรบินสันในเรื่องนี้ ไม่น่าเชื่อว่าพระเอกคนนี้จะรักนางเอกจริงๆ (แต่ในนิยายคือรักแท้) ก็เลยไม่ค่อยเท่าไหร่ และทำให้ความรักของพวกเขาดูธรรมดาแม้ว่าเรื่องราวของพวกเขาจะเต็มไปด้วยบทพิสูจน์ความรักในหลายประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย